ฝึกอบรมภาคทฤษฏีและฝึกปฏิบัติเจ้าหน้าที่หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (รอบที่ 1)

ฝึกอบรมภาคทฤษฏีและฝึกปฏิบัติเจ้าหน้าที่หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (รอบที่ 1)
วิชาหลักการขยายพันธุ์พืชแบบไม่อาศัยเพศ (มะม่วง)











ฝึกอบรมภาคทฤษฏีและฝึกปฏิบัติเจ้าหน้าที่หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (รอบที่ 2)

ฝึกอบรมภาคทฤษฏีและฝึกปฏิบัติเจ้าหน้าที่หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (รอบที่ 2)
วิชาหลักการขยายพันธุ์พืชแบบไม่อาศัยเพศ (มะม่วง)

วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2563

คำแนะนำการปลูกมะม่วง

การเตรียมพื้นที่

พื้นที่ดอน  ปรับพื้นที่ให้สม่ำเสมอ  

พื้นที่ลุ่ม  ควรยกร่องให้สันร่องสูงกว่าระดับน้ำที่เคยท่วมสูงสุด  0.5 - 1.0  เมตร  ปลูกมะม่วงบนสันร่อง  ระยะระหว่างสันร่อง  6 - 8  เมตร  ร่องน้ำกว้าง  1.0 - 1.5  เมตร

การเลือกต้นพันธุ์มะม่วง

  เป็นพันธุ์ที่คัดเลือกจากสวนหรือแหล่งพันธุ์ที่เชื่อถือได้
  ต้นพันธุ์ได้จากการขยายพันธุ์แบบไม่ใช้เพศ  เช่น  การทาบกิ่ง  การเปลี่ยนยอด  เป็นต้น
  ต้นมีความสูงมากกว่า  60  เซนติเมตร  มีระบบรากแข็งแรงไม่ขดหรืองอ

ระยะการปลูก

  ระยะปลูกทั่วไป  คือ  ระยะระหว่างแถว  6 - 8  เมตร  ระหว่างต้น  6 - 8  เมตร
  ระบบการปลูกชิด  เช่น  ปลูกระยะ  4 x 4  เมตร  ได้จำนวนต้นและผลผลิตต่อหน่วยพื้นที่มาก  ขณะที่การลงทุนเพิ่มมากขึ้น 
  มีการควบคุมทรงพุ่ม  และการจัดการมากยิ่งขึ้นกว่าระยะปลูกปกติ

ขั้นตอนการปลูก

  ขุดหลุมปลูกขนาด  50 x 50 x 50  เซนติเมตร  กรณีพื้นที่ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ  ควรขุดหลุมให้มีขนาดใหญ่ขึ้น  และใช้วัสดุปรุงดินเพิ่มมากขึ้น
  วัสดุปรุงดินที่ใช้กับหลุมขนาดปกติ  ประกอบด้วยปุ๋ยอินทรีย์  5 - 10  กิโลกรัม  ปุ๋ยเคมี  สูตร  15-15-15  อัตรา  200 - 300  กรัม  คลุกเค้ากับดิน  นำมะม่วงออกจากถุงแล้วปลูกมะม่วงลงกลางหลุม  ปักหลักยึดต้นกับการโยกคลอน  แล้วใช้มีดกรีดเอาพาสติกบริเวณรอยต่อระหว่างยอดพันธุ์กับต้นตอออก
  ในแหล่งปลูกที่มีลมแรงควรปลูกไม้บังลมเป็นแถว  หรือเป็นแนวขวางทิศทางลมล่วงหน้าหรือปลูกพร้อม ๆ กับการปลูกมะม่วง  เช่น  สะเดา  หรือไผ่  ก็ได้

ฤดูปลูก

ต้นฤดูฝนเหมาะสมที่สุด  มะม่วงที่ปลูกจะมีการเจริญเติบโต  และตั้งตัวได้ก่อนถึงฤดูแล้ง  แต่หากมีระบบการให้น้ำก็สามารถปลูกมะม่วงได้ทุกฤดูกาล

Stitch & Angel | Line Sticker | วอลเปเปอร์ดิสนีย์, สติกเกอร์, การ ...



วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2563

การปลูกมะม่วงให้โตเร็ว ๆ

การปลูกต้นไม้ก็ต้องดูดินบริเวณที่จะปลูกด้วยว่าดินเป็นดินดีหรือไม่  ถ้าเป็นดินดีก็ไม่มีปัญหา  ขุดลงไปประมาณ  1  เมตร  เพื่อทำให้ดินร่วนซุยเป็นวงกว้างหน่อยเผื่ต้นไม้โต  แล้วค่อยเอาดินปลูกต้นไม้มาผสมกับดินที่ขุดขึ้นมา  เอาดินลงหลุมพอประมาณ  แล้วเอาต้นมะม่วงลงปลูก  ให้โคนต้นได้ระดับปากบ่อ  แล้วกลบดิน  หาหลักมาปักให้ต้นอ่อนยึดตั้งตัวได้สักระยะหนึ่ง  ผูกด้วยเชือกฟาง  แล้วรดน้ำให้ชุ่ม  เช้าเย็น

หลังจากการปลูกใหม่ๆ ถ้าฝนไม่ตกควรรดน้ำให้ทุกวัน  และค่อยๆ ห่างขึ้น  เช่น  3-4  วันต่อครั้ง  จนกว่าต้นมะม่วงจะตั้งตัวได้  การให้น้ำเป็นสิ่งจำเป็นอย่างหนึ่งในการปลูกมะม่วงเพื่อให้ผลได้อย่างเต็มที่การให้น้ำอย่างเพียงพอตามที่ต้นมะม่วงต้องการจะช่วยให้ต้นมะม่วงเจริญเติบโตอย่างสม่ำเสมอ  ไม่ชะงักการเจริญเติบโตทำให้ได้ผลเร็วขึ้น  การปลูกมะม่วงในที่ที่น้ำไม่อุดมสมบูรณ์ควรจะกะเวลาปลูกให้ดี  ให้ต้นกล้ามะม่วงได้รับน้ำฝนนานที่สุด  เพื่อต้นจะได้ตั้งตัวได้ก่อนที่จะถึงฤดูแล้ง

ควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์  เช่น  พวกปุ๋ยคอก  ปุ๋ยหมัก  ให้เป็นประจำทุก ๆ ปี  เพื่อปรับปรุงดินให้ร่วนซุยเหมาะต่อการเจริญเติบโตของต้นมะม่วง  การใส่ปุ๋ยอินทรีย์อาจใส่ปีละ  2  ครั้ง  คือ  ต้นฝนและปลายฝน  ปุ๋ยอินทรีย์แม้จะมีธาตุอาหารที่พืชต้องการไม่มากนัก  แต่ก็เป็นประโยชน์ต่อดินในด้านอื่นๆ  นอกจากจะช่วยทำให้ดินดีขึ้นแลัว  ยังช่วยให้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไปนั้นถูกนำมาใช้ประโยชน์ได้มากยิ่งขึ้น

ปุ๋ยวิทยาศาสตร์  เป็นปุ๋ยที่ให้ประโยชน์แก่ต้นพืชอย่างรวดเร็วและมีธาตุอาหารมากกว่าปุ๋ยอินทรีย์ในดินที่ค่อนข้างขาดธาตุอาหารจึงควรใส่ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ให้บ้าง  จะทำให้ต้นโตเร็ว  สมบูรณ์  ให้ดอกให้ผลได้มากและสม่ำเสมอ  ปุ๋ยวิทยาศาสตร์อาจให้ตั้งแต่ระยะเป็นต้นกล้า  โดยใช้ปุ๋ยแอมโมเนี่ยมซัลเฟต  2-4  ช้อนแกงผสมน้ำ  1  ปีบ  รดที่ต้นกล้าเดือนละ  2  ครั้ง  จะช่วยให้ต้นกล้าโตเร็ว  แข็งแรงสามารถนำไปปลูกหรือใช้เป็นต้นตอได้เร็ว  และเมื่อนำต้นมะม่วงไปปลูกในแปลงจริง  การใส่ปุ๋ยแอมโมเนี่ยมซัลเฟตหรือปุ๋ยคอกใส่รองก้นหลุมก็จะช่วยให้รากเจริญเติบโตได้ดี  ทำให้ต้นตั้งตัวเติบโตเร็ว  ส่วนต้นมะม่วงที่โตแล้ว  แต่ยังไม่ให้ผล  อาจใช้ปุ๋ยวิทยาศาสตร์สูตร  4-7-5  หรือ  4-9-3  ใส่ให้แก่ต้นเพื่อเพิ่มธาตุอาหารในดิน  สำหรับต้นมะม่วงที่ให้ผลแล้ว  อาจใช้ปุ๋ยสูตร  15-15-15  หรือ  16-16-16  ซึ่งเป็นสูตรใช้กับผลไม้ทั่วไป  อย่างไรก็ตาม  การใช้ปุ๋ยวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องที่จะต้องศึกษาก่อนเพื่อให้ได้ผลอย่างเต็มที่  ไม่เกิดการสูญเปล่า  เพราะความอุดมสมบูรณ์ของดินและสภาพแวดล้อมต่างๆ  ของแต่ละท้องที่ย่อมไม่เหมือนกัน  อีกประการหนึ่งต้นมะม่วงเป็นไม้ผลที่มีขนาดใหญ่  รากสามารถหยั่งลึกหาอาหารได้ไกลๆ ถ้าดินนั้นเป็นดินดี  อุดมสมบูรณ์ด้วยธาตุอาหารอยู่แล้วก็อาจไม่ต้องใช้ปุ๋ยวิทยาศาสตร์เลยก็ได้  การปรับปรุงดินโดยการใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักอยู่เสมอก็เพียงพอ


French Bulldog PIGU-Sticker VIII ในปี 2020 (มีรูปภาพ) | ลูกหมา ...

วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2563

เทคนิคการดูแลตัดแต่งกิ่งมะม่วงให้ต้นเตี้ย

การดูแลตัดแต่งกิ่งมะม่วงให้ต้นเตี้ย

เป็นหนึ่งในเคล็ดลับความสำเร็จของกิจการสวนมะม่วง  การที่จะให้ลำต้นเตี้ยมาก  เพราะควบคุมแรงงานให้คอยตัดแต่งกิ่ง  1  เมตร  เป็นประจำทุกปี  ทำให้มีลำต้นเตี้ย  ง่ายต่อการดูแลเก็บเกี่ยวผลผลิต  ขณะที่ชาวสวนมะม่วงโดยทั่วไปอาจจะยังไม่กล้าตัดแต่งกิ่งมากนัก  เพราะเสียดายผลผลิตรุ่นใหม่ที่จะงอกขึ้นมาตามยอดใหม่ของกิ่งมะม่วงนั้้นเอง


มะม่วงนับเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างหนึ่ง 



สติ๊กเกอร์ไลน์ฟรี] A lot of cats สติกเกอร์เคลื่อนไหว ภาพการ์ตูน ...

มะม่วง