เริ่มทาบกิ่งพันธุ์ ตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน 2563 คาดว่าจะตัดกิ่งพันธุ์ได้ก็ประมาณเดือน กันยายน 2563
ฝึกอบรมภาคทฤษฏีและฝึกปฏิบัติเจ้าหน้าที่หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (รอบที่ 1)
วิชาหลักการขยายพันธุ์พืชแบบไม่อาศัยเพศ (มะม่วง)
ฝึกอบรมภาคทฤษฏีและฝึกปฏิบัติเจ้าหน้าที่หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (รอบที่ 2)
วิชาหลักการขยายพันธุ์พืชแบบไม่อาศัยเพศ (มะม่วง)
วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2563
วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2563
คำแนะนำการปลูกมะม่วง
การเตรียมพื้นที่
เป็นพันธุ์ที่คัดเลือกจากสวนหรือแหล่งพันธุ์ที่เชื่อถือได้
ต้นพันธุ์ได้จากการขยายพันธุ์แบบไม่ใช้เพศ เช่น การทาบกิ่ง การเปลี่ยนยอด เป็นต้น
ต้นมีความสูงมากกว่า 60 เซนติเมตร มีระบบรากแข็งแรงไม่ขดหรืองอ
พื้นที่ดอน ปรับพื้นที่ให้สม่ำเสมอ
พื้นที่ลุ่ม ควรยกร่องให้สันร่องสูงกว่าระดับน้ำที่เคยท่วมสูงสุด 0.5 - 1.0 เมตร ปลูกมะม่วงบนสันร่อง ระยะระหว่างสันร่อง 6 - 8 เมตร ร่องน้ำกว้าง 1.0 - 1.5 เมตร
การเลือกต้นพันธุ์มะม่วง
เป็นพันธุ์ที่คัดเลือกจากสวนหรือแหล่งพันธุ์ที่เชื่อถือได้
ต้นพันธุ์ได้จากการขยายพันธุ์แบบไม่ใช้เพศ เช่น การทาบกิ่ง การเปลี่ยนยอด เป็นต้น
ต้นมีความสูงมากกว่า 60 เซนติเมตร มีระบบรากแข็งแรงไม่ขดหรืองอระยะการปลูก
ระยะปลูกทั่วไป คือ ระยะระหว่างแถว 6 - 8 เมตร ระหว่างต้น 6 - 8 เมตร
ระบบการปลูกชิด เช่น ปลูกระยะ 4 x 4 เมตร ได้จำนวนต้นและผลผลิตต่อหน่วยพื้นที่มาก ขณะที่การลงทุนเพิ่มมากขึ้น
มีการควบคุมทรงพุ่ม และการจัดการมากยิ่งขึ้นกว่าระยะปลูกปกติ
ขุดหลุมปลูกขนาด 50 x 50 x 50 เซนติเมตร กรณีพื้นที่ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ควรขุดหลุมให้มีขนาดใหญ่ขึ้น และใช้วัสดุปรุงดินเพิ่มมากขึ้น
วัสดุปรุงดินที่ใช้กับหลุมขนาดปกติ ประกอบด้วยปุ๋ยอินทรีย์ 5 - 10 กิโลกรัม ปุ๋ยเคมี สูตร 15-15-15 อัตรา 200 - 300 กรัม คลุกเค้ากับดิน นำมะม่วงออกจากถุงแล้วปลูกมะม่วงลงกลางหลุม ปักหลักยึดต้นกับการโยกคลอน แล้วใช้มีดกรีดเอาพาสติกบริเวณรอยต่อระหว่างยอดพันธุ์กับต้นตอออก
ในแหล่งปลูกที่มีลมแรงควรปลูกไม้บังลมเป็นแถว หรือเป็นแนวขวางทิศทางลมล่วงหน้าหรือปลูกพร้อม ๆ กับการปลูกมะม่วง เช่น สะเดา หรือไผ่ ก็ได้

ระยะปลูกทั่วไป คือ ระยะระหว่างแถว 6 - 8 เมตร ระหว่างต้น 6 - 8 เมตร
ระบบการปลูกชิด เช่น ปลูกระยะ 4 x 4 เมตร ได้จำนวนต้นและผลผลิตต่อหน่วยพื้นที่มาก ขณะที่การลงทุนเพิ่มมากขึ้น
มีการควบคุมทรงพุ่ม และการจัดการมากยิ่งขึ้นกว่าระยะปลูกปกติขั้นตอนการปลูก
ฤดูปลูก
ต้นฤดูฝนเหมาะสมที่สุด มะม่วงที่ปลูกจะมีการเจริญเติบโต และตั้งตัวได้ก่อนถึงฤดูแล้ง แต่หากมีระบบการให้น้ำก็สามารถปลูกมะม่วงได้ทุกฤดูกาล

วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2563
การปลูกมะม่วงให้โตเร็ว ๆ
การปลูกต้นไม้ก็ต้องดูดินบริเวณที่จะปลูกด้วยว่าดินเป็นดินดีหรือไม่ ถ้าเป็นดินดีก็ไม่มีปัญหา ขุดลงไปประมาณ 1 เมตร เพื่อทำให้ดินร่วนซุยเป็นวงกว้างหน่อยเผื่ต้นไม้โต แล้วค่อยเอาดินปลูกต้นไม้มาผสมกับดินที่ขุดขึ้นมา เอาดินลงหลุมพอประมาณ แล้วเอาต้นมะม่วงลงปลูก ให้โคนต้นได้ระดับปากบ่อ แล้วกลบดิน หาหลักมาปักให้ต้นอ่อนยึดตั้งตัวได้สักระยะหนึ่ง ผูกด้วยเชือกฟาง แล้วรดน้ำให้ชุ่ม เช้าเย็น
หลังจากการปลูกใหม่ๆ ถ้าฝนไม่ตกควรรดน้ำให้ทุกวัน และค่อยๆ ห่างขึ้น เช่น 3-4 วันต่อครั้ง จนกว่าต้นมะม่วงจะตั้งตัวได้ การให้น้ำเป็นสิ่งจำเป็นอย่างหนึ่งในการปลูกมะม่วงเพื่อให้ผลได้อย่างเต็มที่การให้น้ำอย่างเพียงพอตามที่ต้นมะม่วงต้องการจะช่วยให้ต้นมะม่วงเจริญเติบโตอย่างสม่ำเสมอ ไม่ชะงักการเจริญเติบโตทำให้ได้ผลเร็วขึ้น การปลูกมะม่วงในที่ที่น้ำไม่อุดมสมบูรณ์ควรจะกะเวลาปลูกให้ดี ให้ต้นกล้ามะม่วงได้รับน้ำฝนนานที่สุด เพื่อต้นจะได้ตั้งตัวได้ก่อนที่จะถึงฤดูแล้ง

ควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์ เช่น พวกปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ให้เป็นประจำทุก ๆ ปี เพื่อปรับปรุงดินให้ร่วนซุยเหมาะต่อการเจริญเติบโตของต้นมะม่วง การใส่ปุ๋ยอินทรีย์อาจใส่ปีละ 2 ครั้ง คือ ต้นฝนและปลายฝน ปุ๋ยอินทรีย์แม้จะมีธาตุอาหารที่พืชต้องการไม่มากนัก แต่ก็เป็นประโยชน์ต่อดินในด้านอื่นๆ นอกจากจะช่วยทำให้ดินดีขึ้นแลัว ยังช่วยให้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไปนั้นถูกนำมาใช้ประโยชน์ได้มากยิ่งขึ้น
ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ เป็นปุ๋ยที่ให้ประโยชน์แก่ต้นพืชอย่างรวดเร็วและมีธาตุอาหารมากกว่าปุ๋ยอินทรีย์ในดินที่ค่อนข้างขาดธาตุอาหารจึงควรใส่ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ให้บ้าง จะทำให้ต้นโตเร็ว สมบูรณ์ ให้ดอกให้ผลได้มากและสม่ำเสมอ ปุ๋ยวิทยาศาสตร์อาจให้ตั้งแต่ระยะเป็นต้นกล้า โดยใช้ปุ๋ยแอมโมเนี่ยมซัลเฟต 2-4 ช้อนแกงผสมน้ำ 1 ปีบ รดที่ต้นกล้าเดือนละ 2 ครั้ง จะช่วยให้ต้นกล้าโตเร็ว แข็งแรงสามารถนำไปปลูกหรือใช้เป็นต้นตอได้เร็ว และเมื่อนำต้นมะม่วงไปปลูกในแปลงจริง การใส่ปุ๋ยแอมโมเนี่ยมซัลเฟตหรือปุ๋ยคอกใส่รองก้นหลุมก็จะช่วยให้รากเจริญเติบโตได้ดี ทำให้ต้นตั้งตัวเติบโตเร็ว ส่วนต้นมะม่วงที่โตแล้ว แต่ยังไม่ให้ผล อาจใช้ปุ๋ยวิทยาศาสตร์สูตร 4-7-5 หรือ 4-9-3 ใส่ให้แก่ต้นเพื่อเพิ่มธาตุอาหารในดิน สำหรับต้นมะม่วงที่ให้ผลแล้ว อาจใช้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 ซึ่งเป็นสูตรใช้กับผลไม้ทั่วไป อย่างไรก็ตาม การใช้ปุ๋ยวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องที่จะต้องศึกษาก่อนเพื่อให้ได้ผลอย่างเต็มที่ ไม่เกิดการสูญเปล่า เพราะความอุดมสมบูรณ์ของดินและสภาพแวดล้อมต่างๆ ของแต่ละท้องที่ย่อมไม่เหมือนกัน อีกประการหนึ่งต้นมะม่วงเป็นไม้ผลที่มีขนาดใหญ่ รากสามารถหยั่งลึกหาอาหารได้ไกลๆ ถ้าดินนั้นเป็นดินดี อุดมสมบูรณ์ด้วยธาตุอาหารอยู่แล้วก็อาจไม่ต้องใช้ปุ๋ยวิทยาศาสตร์เลยก็ได้ การปรับปรุงดินโดยการใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักอยู่เสมอก็เพียงพอ

วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2563
เทคนิคการดูแลตัดแต่งกิ่งมะม่วงให้ต้นเตี้ย
การดูแลตัดแต่งกิ่งมะม่วงให้ต้นเตี้ย
เป็นหนึ่งในเคล็ดลับความสำเร็จของกิจการสวนมะม่วง การที่จะให้ลำต้นเตี้ยมาก เพราะควบคุมแรงงานให้คอยตัดแต่งกิ่ง 1 เมตร เป็นประจำทุกปี ทำให้มีลำต้นเตี้ย ง่ายต่อการดูแลเก็บเกี่ยวผลผลิต ขณะที่ชาวสวนมะม่วงโดยทั่วไปอาจจะยังไม่กล้าตัดแต่งกิ่งมากนัก เพราะเสียดายผลผลิตรุ่นใหม่ที่จะงอกขึ้นมาตามยอดใหม่ของกิ่งมะม่วงนั้้นเอง
มะม่วงนับเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างหนึ่ง
![สติ๊กเกอร์ไลน์ฟรี] A lot of cats สติกเกอร์เคลื่อนไหว ภาพการ์ตูน ...](https://stickershop.line-scdn.net/stickershop/v1/sticker/11643854/iPhone/sticker@2x.png)
วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2563
วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2563
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
